รถไฟใต้สายกรุงเทพ-สุไหงโก-ลก งดให้บริการเป็นวันที่ 3 หลังฝนกระหน่ำต่อเนื่อง ทำให้รางทรุด-งานซ่อมล่าช้า ผอ.รถไฟฯ สั่งเฝ้าระ วังฝนตกซ้ำ ด้านน้ำท่วมจ.ปัตตานี ยังน่าห่วง หลังระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่น้ำท่วมจ.นราธิวาสระดับน้ำยังสูง สถานที่ราชการ-โรงเรียน - รถไฟหยุด
นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ หัวหน้าศูนย์รถไฟภาคใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าขบวนรถไฟสายใต้เส้นทางยะลา-สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยเฉพาะระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบ-สถานีตันหยงมัส จ.นราธิวาส ถูกน้ำป่ากัดเซาะจนรางทรุดได้รับความเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งทางไกลหรือขบวนรถเร็วและรถด่วนสายกรุงเทพ-สุไหงโก-ลก 14 ขบวน ไม่สามารถเดินรถได้ เบื้องต้นได้วิ่งมาถึงสถานียะลาและสถานีหาดใหญ่เท่านั้น เนื่องจากเป็นสถานีใหญ่ที่ผู้โดยสารสามารถใช้บริการเส้นทางรถยนต์ไปยังปลาย ทางแทนได้ง่าย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟยะลา เจ้าหน้าที่ได้จัดรถบัสนำผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วปลายทางสถานีสุไหงโก-ลก ไปส่งยังปลายทางทุกคนอีกด้วย ส่วนขบวนรถโดยสารธรรมดา หรือรถไฟท้องถิ่นจะวิ่งจากสถานีพัทลุง - ปลายทางสุไหงโก - ลก สามารถวิ่งไปได้ถึงสถานีมะรือโบตกเท่านั้น เช่นเดียวกับขบวนรถโดยสารสุราษฏร์ธานี - สุไหงโก - ลก งดการเดินรถจนกว่าจะซ่อมเส้นทางเสร็จเรียบร้อย
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at January 5th, 2009.
No Comments.
ยะลาอ่วมน้ำท่วมแล้ว 64 หมู่บ้านใน 3 อำเภอ มีชาวบ้านเดือดร้อนเกือบ 8 พันคน ผู้ว่าฯ ยะลาประกาศเขตภัยพิบัติ 3 อำเภอ ในขณะที่ทหารเตรียมพร้อมอพยพชาวบ้าน นราธิวาสน้ำท่วมแล้วหลังฝนตกหนักติดต่อกัน 5 วัน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ม.ค.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันกว่า 1 อาทิตย์ ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ที่มีน้ำท่วมขังในหลายหมู่บ้านเมื่อวันที่ 3 มกราคม 52 ที่ผ่านมา และล่าสุด ยังได้เกิดภาวะน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก 2 อำเภอ คือ ในพื้นที่ อ.กรงปินัง เกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบลกรงปินัง ต. ห้วยกระทิง ต. สะเอ๊ะ และ ต. ปุโรง และในพื้นที่ อ.ยะหา มีน้ำท่วมถนนสายยะหา ละแอ บริเวณ ม.1 ต.ละแอ รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนั้นน้ำยังได้ท่วมถนนระหว่าง ม.1 กับ ม.2 ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ทางสถานีตำรวจภูธร อ.ยะหา ได้ประชาชนสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะเกิดทางไปยัง ต.ละแอ เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
สำหรับพื้นที่ หมู่ 1- หมู่ 3 ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา พ.ท.สุวัฒน์ ทองใบ ผบ.ฉก.ยะลา 14 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และ ทหารหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 42 ได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย โดยได้เตรียมพร้อมที่จะอพยพชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง ออกจากพื้นที่แล้ว
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at January 4th, 2009.
No Comments.
เรือสถานีบริการน้ำมันเขียว ประสบคลื่นลมแรงสูงกว่า 3 เมตร ทำให้อับปางลงบริเวณปากอ่าว อ.สิชล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 ไมล์ทะเล
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ตำรวจน้ำ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และตำรวจน้ำ จ.สุราษฏร์ธานี ขอความสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 2 จ.สงขลา ร่วมช่วยเหลือ เรือสถานีบริการน้ำมันเขียว ประสบคลื่นลมแรงสูงกว่า 3 เมตร ทำให้อับปางลงบริเวณปากอ่าว อ.สิชล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 ไมล์ทะเล
เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือโฟร์โมส 1 มีลูกเรือทั้งหมด 6 คน และช่วยเหลือมาได้ 4 คน ส่วนอีก 2 คน ยังไม่ทราบชะตากรรม เนื่องจากการค้นหายากลำบาก เพราะคลื่นสูงมาหลายวัน
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at January 4th, 2009.
No Comments.
ยะลาประกาศให้ อ.รามัน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุนเฉิน เกิดน้ำท่วม พื้นที่ ต.บาลอ ชาวบ้านเดือดร้อนหลายหมู่บ้าน ประกาศ4อ.พัทลุงประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ชาวบ้านกว่า 1,200 ครัวเดือดร้อน เมืองคอนพายุฝนพัดถล่มเรือน้ำมันล่ม
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ม.ค.52 นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุนเฉินในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ฉบับที่ 1 / 2552 ด้วยได้เกิดพิบัติกรณีฉุนเฉิน เนื่องจากฝนตกหนัก จากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำกำลังแรงพัดผ่านภาคใต้ตอนล่าง และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรง ทำให้เกิดอุทกภัย ในพื้นที่ หมู่ 3 , 4 และ หมู่ 5 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา มีชาวบ้านเดือนร้อน จำนวน 410 คน 89 ครัวเรือน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของราษฏร และพื้นที่ทางการเกษตร สิ่งสาธารณะประโยชน์ ส่งผลให้ราษฏรได้รับความเดือดร้อน
ประกาศ 4 อ.พัทลุง ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at January 3rd, 2009.
No Comments.
โดยต่อแถวที่ด่าน ตม. อรัญประเทศ ยาวกว่า 100 เมตร ขณะที่ ตำรวจ จับ ครูสอนเต้นรำ พร้อมภรรยาไปเล่นพนัน แต่ไม่มีหนัง สือเดินทาง พร้อมมียาเคตามีนในครอบครอง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วันนี้ (31 ธ.ค.) พ.ท.เอกรัติ เมธาวัฒนานันท์ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ได้สั่งการให้ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณจุดตรวจร่วมทางรถไฟ ทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะที่ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 และ ร.อ.ธรรมศักดิ์ ถ้วยทอง ผบ.ร้อย ทพ. 1207 กำลังตรวจค้นอยู่บริเวณจุดตรวจทางรถไฟ ได้รับการแจ้งประสานจาก พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ สว.ด่าน ตม.อรัญประเทศ ว่าให้ช่วยสกัดจับชาย หญิง สองสามีภรรยาชาวไทย ได้หลบหนีการจับกุม จากจุดตรวจ ด่าน ตม.อรัญประเทศ ในข้อหาลักลอบเดินทางโดยไม่มีเอกสารการเดินทาง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบชาย หญิง เดินมุ่งหน้าเข้าตลาดโรงเกลือ เมื่อถึงจุดตรวจจึงเรียกให้หยุดพร้อมตรวจสอบทราบว่าฝ่ายชาย ชื่อ นายประสงค์ กัลป์ชนะ อายุ 35 ปี ภูมิลำเนา เขตพระนคร กทม. และ น.ส.ศิรินุช เผ่าแจ้ อายุ 36 ปี ภรรยา ภูมิลำเนาเดียวกัน และรับว่าได้หลบหนีมาจาก ด่าน ตม.อรัญประเทศ จริง จากนั้นจึงทำการตรวจค้น พบยาเคตามีน ชนิดน้ำบรรจุขวด ขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 1 ขวด ซุกซ่อนอยู่ในมวยผมของ น.ส.ศิรินุช และพบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุด อยู่ในกระเป๋าของนายประสงค์
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 31st, 2008.
No Comments.
จนท.อยู่ระหว่างการแก้ไข ซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ ผู้ว่าฯกฟภ. ระบุมีปัญหาเฉพาะ กฟผ. ส่วนระบบการแจกจ่ายไฟของกฟภ. ไม่มีปัญหาใดๆ
นายอดิศร เกียรติโชควิวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าววันนี้ (30 ธ.ค.) กรณีไฟฟ้าดับหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้แถบทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ว่า เนื่องจาก หม้อแปลงไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ขนาด 230 กิโลโวลต์ ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ 1 ตัว ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่สามารถจ่ายไฟให้กับประชาชนในจังหวัดแถบทะเลอันดามันได้ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการแก้ไข ซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ
ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวต่อว่า ระบบการแจกจ่ายไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่มีปัญหาใดๆ หากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ ก็สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติ
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 31st, 2008.
No Comments.
สภาพซากยังสมบูรณ์ คาดตายมาแล้ว 1 คืน พร้อมส่งมอบซากพิสูจน์สาเหตุต่อไป เผยปีนี้พบแล้ว 3 ตัว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้รับแจ้งจาก นายอะเบ็น สักหลาด อายุ 52 ปี ชาวประมงพื้นบ้านหมู่ที่ 6 บ้านหาดยาว ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง ว่า ขณะที่ตนเองพร้อมลูกเรือได้ออกทะเลหาปลา โดยล่องไปตามคลองบ้านพร้าว บริเวณแหลมจุโหย หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง ได้ พบซากพยูนตายในลักษณะท่อนหางติดอวนลากปริงของชาวบ้าน จึงช่วยกันนำซากพยูน พร้อมอวนลากปริงขึ้นมาเหนือน้ำ แล้วเอาขึ้นเรือประมงนำมาขึ้นฝั่งที่บริเวณท่าเทียบเรือหาดยาว พร้อมทั้งได้โทรศัพท์แจ้งประสานไปยัง นายสมชาย พ่วงบุรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 6 บ้านหาดยาว ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ตำบลเกาะลิบง ให้เดินทางมาช่วยทำการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า เป็นเพศเมีย อายุ 3 ปี มีความยาว 2.44 เมตร วัดรอบตัวได้ 1.73 เมตร หนักประมาณ 300 กิโลกรัมเศษ สภาพซากยังสมบูรณ์ คาดว่าน่าจะตายมาแล้วประมาณ 1 คืน พร้อมทั้งส่งมอบซากพยูนให้แก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมต่อไป เพื่อส่งมอบให้มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย เขตการศึกษาตรัง พิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป
สำหรับบริเวณพื้นที่แหลมจุโหย จุดที่พบพยูนตายตัวล่าสุดนี้ ถือเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของพยูนฝูงสุดท้ายในท้องทะเลตรัง โดยในปี 2551 จากรายงานข่าวพบว่า มีพยูนตายลงไปแล้ว 3 ตัว โดยตัวแรกเป็นพะยูน เพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี มีความยาว 1.61 เมตร และมีน้ำหนัก 96.5 กิโลกรัม พบซากที่บริเวณชายฝั่งหมู่ที่ 5 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา ส่วนสาเหตุการตายคาดว่าน่าจะเกิดมาจากเครื่องมือประมง ตัวที่ 2 เป็นพะยูนเพศผู้ อายุประมาณ 2-3 ปี มีความยาว 1.52 เมตร และมีน้ำหนัก 61.5 กิโลกรัม พบซากที่บริเวณชายฝั่งตำบลหาดสำราญ อำเภอหาดสำราญ ส่วนสาเหตุการตายคาดว่าน่าจะเกิดมาจากเครื่องมือประมงเช่นกัน และพยูนตัวล่าสุดที่ตายลงในปีนี้ถือเป็นตัวที่ 3 แล้ว ในขณะที่จำนวนฝูงพะยูนของจังหวัดตรังในปัจจุบันมีตัวเลขไม่ชัดเจน แต่คาดว่าจะยังหลงเหลืออยู่ประมาณ 100-120 ตัว
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 27th, 2008.
No Comments.
ผู้ป่วยใช้ปากดูดที่ปากและหัวไก่ชนตัวหนึ่ง รุ่งขึ้นไก่ตัวดังกล่าวตาย จากนั้นเจ้าตัวเริ่มป่วย ไอเรื้อรัง มีไข้ แน่นหน้าอก และเริ่มรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมโชค กาญจนวัฒน์ ปศุสัตว์อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายพิทักษ์ เพียรพิทักษ์ สาธารณสุขอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และเจ้าหน้าที่ นำน้ำยาฆ่าเชื้อไปฉีดพ่นบริเวณบ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 6 ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้ง โรงงานธรรมรัตน์ ซึ่งมีการเลี้ยงไก่ชนไว้นับร้อยตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไข้หวัดนก 1 ราย คือ นายสมยศ เตมียะเสน อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 ม.6 ตำบลบางขนาก จากการสอบถามนายไพโรจน์ และนางคำ จันทร์พิทักษ์ เจ้าของบ้าน บอกว่า นายสมยศ หรือจ่อย เตมียะเสน เป็นบุตรบุญธรรม มีประวัติสัมผัสไก่ เนื่องจากเป็นคนที่ชอบเลี้ยงไก่ชนและมักตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการชนไก่ ล่าสุดเมื่อประมาณวันที่ 15 ธันวาคม ได้ไปสัมผัสไก่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยใช้ปากดูดที่ปากและหัวไก่ชนตัวหนึ่ง รุ่งขึ้นวันที่ 16 ธันวาคม ไก่ตัวดังกล่าวได้ตายไป จากนั้นนายสมยศ ฯ ก็เริ่มป่วยด้วยการไอเรื้อรัง มีไข้ ตัวร้อน แน่นหน้าอก และเริ่มรุนแรง จนกระทั่งวันที่ 23 ธ.ค. ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่ตึกสงฆ์ ชั้น 9 โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา
ด้าน นายสมโชค กาญจนวัฒน์ ปศุสัตว์อำเภอบางน้ำเปรี้ยว เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันนำเจ้าหน้าที่ไปฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่บ้านของผู้ป่วยและบริเวณใกล้เคียงแล้ว พร้อมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเด็ดขาด นอกจากนี้ยังแนะนำชาวบ้านให้ดูแลสุขภาพตนเอง ส่วนอาการของผู้ป่วยต้องรอผลการตรวจจากห้องแล็ป ซึ่งขณะนี้ส่งไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดชลบุรี อีก 2 วันจะทราบผลว่าติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 26th, 2008.
No Comments.
ที่วัดดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบบริเวณพระพักต์มีรอยถูกขีดด้วยของแข็งจนเป็นรอยลึก 3 จุด
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ธ.ค.นายวิศิษฐ์ สิทธิสมบัติ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย และ พ.ต.อ.ประจักษ์ อวัยวานนท์ ผกก.สภ.แม่สาย รับแจ้งเหตุมีผู้พบเห็นว่า ที่องค์พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเรศวรมหาราช ซึ่งประดิษฐานอยู่บนดอยเวาบริเวณจุดชมวิววัดดอยเวา หมู่ 1 ต.เวียงคำ อ.แม่สาย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายแดนไทย-พม่า ที่สำคัญ มีร่องรอยการถูกกระทำการลบหลู่องค์พระอนุสาวรีย์ด้วยการขูดขีดจนเสียหาย จึงรุดไปตรวจสอบพบว่าองค์พระอนุสาวรีย์ประดิษฐานอยู่ชั้น 2 ของอาคาร ชมวิวทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า โดยมีองค์พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประดิษฐานตรงกลาง ด้านซ้ายและขวาเป็นอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระเอกาทศรถและพระสุพรรณกัลยา
จากการตรวจสอบที่พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรซึ่งสร้างในขนาดเท่าคนจริง พบที่บริเวณพระพักต์มีรอยถูกขีดด้วยของแข็งจนเป็นรอยลึกลงไปอย่างชัดเจน โดยมีอยู่ 3 จุด คือ ตรงกลางหน้าผาก เป็นรอยขีดเป็นรูปกากบาท จุดที่ 2 อยู่ตรงพระพักต์ด้านซ้าย โดยมีรอยขีดยาวประมาณ 4-5 นิ้ว และ จุดสุดท้ายอยู่ตรงพระพักต์ด้านขวา มีรอยขีดเป็นกากบาท จากสภาพของรอยขีด เบื้องต้นสันนิฐานว่าคนร้ายน่าจะใช้ตะปูในการก่อเหตุ สำหรับอนุสาวรีย์อีก 2 พระองค์ที่อยู่ด้านซ้ายและขวาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
พ.ต.อ.ประจักษ์ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย ระวังศรี สารวัตรเวร สภ.แม่สาย เก็บหลักฐานภาพถ่ายที่เกิดเหตุเอาไว้ และให้ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจตู้ยามหัวฝายซึ่งดูแลพื้นที่ได้ออกสอบถามชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องว่ามีใครพบเห็นคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่ จากการสอบถามไปยังพระครูสังธรรมโกวิท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา ทราบว่าเดิมองค์พระอนุสาวรีย์ไม่ได้ถูกกระทำแต่ได้พบร่องรอยเมื่อราว 3 เดือนก่อน และปัจจุบันวัดอยู่ระหว่างการรอให้ช่างเข้าไปซ่อมแซมส่วนคนก่อเหตุนั้นวัดไม่อาจจะทราบได้ เบื้องต้นตำรวจจึงสันนิฐานว่าเกิดจากกลุ่มวัยรุ่นที่เคยถูกตำรวจและผู้ดูแลวัดไล่ให้ลงจากดอยเวาเวลากลางคืน เพราะมักจะขึ้นไปมั่วสุม หลังถูกไล่ทำให้โกรธแค้นและลงมือกระทำในสิ่งที่ไม่สมควรดังกล่าว
ด้าน นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า คนที่กระทำการครั้งนี้ไม่มีจิตสำนึกและถือเป็นการกระทำที่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก สำหรับการแก้ไขปัญหานั้นกรณีการสืบหาตัวคนร้ายคงต้องให้ตำรวจดำเนินการ แต่ในระยะยาวได้ประสานกับทางวัดแล้วว่าหลังการบูรณะแล้ว คงจะให้ปิดถนนขึ้นลงดอยเวาในเวลากลางคืนตั้งแต่ 18.00-05.00 เพื่อป้องกันคนขึ้นไปมั่วสุมต่อไป
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 25th, 2008.
No Comments.
รถรับส่งนักเรียนอนุบาลในจังหวัดพิจิตร ถูกรถจักรยานยนต์วิ่งสวนทางย้อนศร คนขับหักหลบเสียหลักพลิกคว่ำ โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ที่บริเวณหน้า โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ถนนพิจิตร - คลองคะเชนทร์ อ.เมือง จ.พิจิตร นางบุญส่ง โพธิ์พิศ อายุ 38 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถกระบะ โตโยต้า สีเขียว รับส่งนักเรียน จากโรงเรียนอนุบาลพิจิตร 20 คน จากโรงเรียนอนุบาลวชิระ 33 คน เพื่อจะนำเด็กๆ ไปส่งที่บ้าน ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ ประมาณ 20 กิโลเมตร
Read More…
Posted in
ข่าวภูมิภาค at December 24th, 2008.
No Comments.