นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยในการเสวนาเรื่อง กอบกู้ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ว่า รัฐบาลจะอัดฉีดเงินงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 4.5 แสนล้านบาท ภายใน 1 ปีครึ่งนับต่อจากนี้ โดยจะมาจาก 2 ส่วนที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณกลางปี 2552 เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่ 13 ม.ค. 2552 จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 21 ม.ค. 2552 ซึ่งจะเบิกจ่ายได้เร็วภายใน 2-3 เดือน
นอกจากนี้ ในการจัดทำปีงบประมาณปี 2553 ซึ่งจะมีการพิจารณาในเร็วๆ นี้ รัฐบาลจะเสนอให้มีการตั้งงบประมาณขาดดุลอีกไม่น้อยกว่า 3.5 แสนล้านบาท เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ หากรวมกับงบประมาณขาดดุลปกติในปี 2551 วงเงิน 2.5 แสนล้านบาทแล้ว เท่ากับว่ารัฐบาลจะใช้เม็ดเงินอัดฉีดเศรษฐกิจรวม 7 แสนล้านบาท
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at January 6th, 2009.
No Comments.
อภิสิทธิ์ เผยหลังหารือธปท. คาดจีดีพีปี52 โตแค่ 0.5-2.5% จากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ยันไม่เกิดภาวะเงินฝืด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2552 จะขยายตัวในระดับ 0.5-2.5% โดยเชื่อว่าจะไม่เกิดภาวะเงินฝืด หลังรัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at January 6th, 2009.
No Comments.
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทฯ เผยผลการวิเคราะห์ราคาที่ดินประจำปี 2551 พบว่า ขณะนี้ที่ดิน สยามพารากอน แพงที่สุดในพื้นที่กทม.แล้ว แซงหน้า สีลม-เยาวราช ที่ถูกเขี่ยตกให้หล่นเป็นที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) ได้วิเคราะห์ราคาที่ดินในเขตกรุงเทพฯ 2537 ซึ่งเป็นราคาตลาดในปี 2551 พบว่า ที่ดินบริเวณ สยามพารากอน มีราคาแพงสุดตารางวาละ 800,000 บาท
ขณะที่อันดับ 2 คือ บริเวณ สีลม ตารางวาละ 700,000 บาท ซึ่งสาเหตุที่ที่ดินบริเวณสีลมราคาต่ำกว่าสยามพารากอน เพราะสีลมเป็นพื้นที่ที่เหมาะจะพัฒนาเป็นสำนักงานมากกว่าศูนย์การค้า ขณะที่ศูนย์การค้าให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่า
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at January 5th, 2009.
No Comments.
เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ยังมีความเสี่ยง คาดการณ์เศรษฐกิจได้ยาก ดังนั้น การลงทุนต้องระมัดระวัง คาดภายในครึ่งปีแรกจะเริ่มมองเห็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจได้
วานนี้ (2 ม.ค.) นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ให้คำแนะนำการลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อย ในปี 2552 ว่า เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ยังมีความเสี่ยง คาดการณ์เศรษฐกิจได้ยาก ดังนั้น การลงทุนต้องระมัดระวัง แนะทางเลือกให้ถือเงินสดระยะสั้นโดยการฝากบัญชีออมทรัพย์ แล้วคอยติดตามพัฒนาการของวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1 ว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่ หากดีขึ้น ก็เข้าไปซื้อหุ้นได้ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นก็ให้รอดูไตรมาส 2 ต่อไป คาดว่าภายในครึ่งปีแรกจะเริ่มมองเห็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจได้ หากพ้นจากระยะดังกล่าวแล้วพบว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ดีนัก แนะนำให้ถือเงินสดต่อไป หรือเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มั่นคง
นายนิเวศน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการ ลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งทางตรงและผ่านกองทุนอสังหาฯ ในขณะนี้ถือว่ายังไม่เหมาะสม เพราะอสังหาฯ ของไทยถือว่ายังมีราคาสูง เนื่องจากคนไทยยังไม่ขาดเงินและไม่มีการก่อหนี้มากจนต้องขายอสังหาฯ เพื่อชำระหนี้เหมือนปี 2540 เช่นเดียวกับทองคำ ที่ยังไม่น่าลงทุนเช่นกันเนื่องจากราคายังทรงตัวในระดับสูง
ด้านนาย สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยที่กระทบต่อตลาดหุ้นไทยถึงร้อยละ 70-80 ดังนั้น นักลงทุนไทย ควรรอการฟื้นตัวของต่างชาติเห็นหลัก โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นในครึ่งปีหลัง เนื่องจากในครึ่งปีแรกต่างชาติยังไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม บทเรียนสำคัญในการลงทุนจากปีที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนต้องตระหนักถึงความ ระมัดระวังทั้งการลงทุนและการบริโภคเพื่อรองรับภาวะความผันผวนที่คาดไม่ถึง รวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้นที่ต้องพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็น สำคัญ หลังจากที่ราคาหุ้นตกลงมาถึงร้อยละ 60-70 จากในช่วงก่อนหน้านี้
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at January 3rd, 2009.
No Comments.
คนไทยยังแฮปปี้ ดันยอดส่งความสุขผ่านเอสเอ็มเอส-เอ็มเอ็มเอส ทะลุ 100 ล้านข้อความ
รายงานข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ยอดส่งข้อความเอสเอ็มเอสผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่ออวยพรปีใหม่ของคนไทยช่วงวัน ที่ 31 ธ.ค. 25511 ม.ค. 2552 มีประมาณ 50 ล้านข้อความ ขณะที่ยอดส่งข้อความพร้อม รูปภาพ (เอ็มเอ็มเอส) อยู่ที่ 8 แสน-1 ล้านข้อความ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก
นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจบริการเสริม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า จำนวนยอดผู้ส่งเอสเอ็มเอสระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.ถึงช่วงเช้าของวันที่ 1 ม.ค. มีประมาณ 39 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 27.13% และมียอดการส่งเอ็มเอ็มเอส 4.7 แสนข้อความ เพิ่มขึ้น 35.32% จากปีที่แล้วเช่นเดียวกัน
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at January 2nd, 2009.
No Comments.
ผู้นำเทพประทานประชุมครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวกรอบความร่วมมือ 11ฉบับ ที่จะใช้ในการประชุมอาเซียน ซัมมิท จากทั้งหมด 33 ฉบับ คาดนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ 7 ม.ค.52

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี
วันนี้ (30 ธ.ค.) นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเอกสารข้อตกลงต่าง ๆ ของกระทรวงการต่างประทศ จำนวน 11 ฉบับ ที่จะใช้ในการประชุมอาเซียน ซัมมิท จากทั้งหมด 33 ฉบับของทุกกระทรวง คาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ในวันที่ 7 มกราคม 2552
ส่วนกำหนดวันประชุมอาเซียน ซัมมิท ขณะนี้กำลังรอประชามติจากประเทศสมาชิก น่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมี 11 ประเทศ ตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นายวีระศักดิ์ กล่าว
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at December 30th, 2008.
No Comments.
เฮ!ส่งท้ายปีเก่าปตท.-บางจากลดดีเซล40ส.ต./ลิตรมีผลพรุ่งนี้
บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม (BCP) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเฉพาะดีเซล ลงลิตรละ 40 สตางค์ โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้ (31 ธ.ค.) ส่วนน้ำมัน เบนซิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at December 30th, 2008.
No Comments.
แก้วิกฤติเงินปลอมระบาด แบงก์ชาติยันไม่เปลี่ยน อ้างเจอของเก๊แค่ 5 ฉบับใน 1 ล้าน แม่ค้าผวาระบาดถึงตลาดไท รวบม้งผัวเมียเอาไปฝากธนาคาร 43 ใบ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าลาว-เขมรรับเงินไทย
 เร่งแก้แบงก์ปลอมระบาด |
ในขณะที่สังคมกำลังตื่นตระหนกกับข่าวธนบัตรปลอมระบาดในหลายจังหวัด โดยเฉพาะฉบับละ 1,000 บาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายพิชิต บุญพาล้ำเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซันนี่ทัวร์ จำกัด ผู้ประกอบการนำเที่ยวประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ รายใหญ่ในภาคใต้ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหา โดยการเรียกคืนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาททั้งหมดในตลาด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของธนบัตรปลอม
“เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ประเทศมาเลเซียเคยเจอปัญหาธนบัตรปลอมฉบับละ 50 และ 100 ริงกิต ระบาดอย่างหนัก ซึ่งขณะนั้นมาเลเซียแก้ปัญหาด้วยการเรียกคืนธนบัตรฉบับละ 50 และ 100 ริงกิต และพิมพ์รุ่นใหม่ออกมาทดแทน โดยเพิ่มองค์ประกอบเพื่อให้ยากต่อการปลอม ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี” นายพิชิตกล่าว
นักธุรกิจรายเดิมกล่าวถึงเหตุผลต้องการให้รัฐบาลเรียกคืนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท และพิมพ์รุ่นใหม่ออกมาว่า มี 2 เหตุผล คือ ต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ลาว พม่า กัมพูชา รวมทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม และจีน
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at December 26th, 2008.
No Comments.
ปตท. - บางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลลงลิตรละ 60 สตางค์ ยกเว้น E85 โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.)
ทั้งนี้ ปตท.-บางจาก และผู้ค้าน้ำมันรายอื่น ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน ทุกชนิดลง 60 สตางค์ต่อลิตรยกเว้น น้ำมัน E85 โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้ จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินออกเทน 91 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 20.79 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 16.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 15.49 บาทต่อลิตรส่วนน้ำมันดีเซล B2 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 18.74 บาทต่อลิตร และดีเซล B5 อยู่ที่ 17.24 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม
สำหรับสาเหตุของการปรับลด ราคาขายปลีกน้ำมันลงในครั้งนี้ เป็นผลมาจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ ติดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังคงรับตัวลดลงกว่า 3 เหรียญต่อบาร์เรล มาปิดที่ระดับ 35 เหรียญ 35 เซนต์ต่อบาร์เรล ล่าสุด บริษัทเชลล์(ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 60 สตางค์ด้วยเช่นกัน
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at December 25th, 2008.
No Comments.
คลังเตรียมพิจารณาเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน จาก 1 แสนบาทเป็นไม่เกิน 2 แสนบาท กระตุ้นภาคอสังหาหลังพบเศรษฐกิจปีหน้าอยู่ในภาวะร้ายแรงในรอบหลายสิบปี
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้รายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 4 ของปีนี้โดยคาดว่า การขยายตัวจะอยู่ในระดับติดลบ ขณะที่ปี 2552 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 0-2% ซึ่งถือเป็นภาวะที่ร้ายแรงสุดในรอบหลายสิบปี จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเข้ามาเยียวยา และออกมาตรการเพื่อให้มีผลต่อเศรษฐกิจ เช่น การกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเตรียมขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้กู้ซื้อบ้านในปี 2552 สามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น จากเดิมไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นไม่เกิน 2 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม ค่าลดหย่อนดังกล่าวมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ซื้อบ้านจากโครงการหมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น และเป็นบ้านใหม่ที่ต้องซื้อภายในปี 2552 ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้สิทธิประโยชน์เป็นระยะเวลากี่ปี
Read More…
Posted in
ข่าวเศรษฐกิจ at December 24th, 2008.
No Comments.